VariableJavaScript ก็เหมือนภาษาที่ใช้เขียนโปรแกรมทั่วไป ตรงที่มีตัวแปรสำหรับเก็บค่า จากส่วนหนึ่งของ Program แล้วก็เอาไปใช้ในส่วนอื่นๆได้ ตัวแปรก็คือ ชื่อที่เรากำหนดขึ้นมาสำหรับเก็บค่า อย่างเช่น เราอาจกำหนดตัวแปรชื่อว่า imageName เพื่อไปเก็บชื่อไฟล์ภาพๆหนึ่ง หรือ อาจกำหนดให้ amount ไปเก็บจำนวนเต็ม เป็นต้น
ชื่อของตัวแปรใน JavaScript สามารถขึ้นต้นด้วยตัวอักษรใหญ่ (A-Z)
ตัวอักษรเล็ก (a-z) และ เครื่องหมาย _ ตามด้วย ตัวอักษร ตัวเลข หรือ เครื่องหมาย _ ก็ได้
Number Types:Integer and Floating-Point Numbers
ตัวแปร Integer ใน JavaScript จะอยู่ในรูปของเลขฐานได้ 3 ฐาน คือ 10 ,8 และ 16
ฐาน 10
โดยปกติแล้วตัวเลขที่ใช้ใน JavaScript จะเป็นเลขฐาน 10 อยู่แล้ว |
ตัวอย่างต่อไปนี้จะแสดงให้เห็นว่า Boolean สามารถเปลี่ยนเป็น Integer ได้ครับ
| \n | ขึ้นบรรทัดใหม่ |
| \t | Tab |
The
null Value
ค่า null ก็คือค่าว่างเปล่า คือยังไม่มีค่าใดๆเก็บอยู่ในตัวแปร ดังนั้น เมื่อเราประกาศตัวแปร
ขึ้นมาตัวหนึงโดยไม่กำหนดค่าให้ ตัวแปรนั้นจะมีค่าเป็น null ทันที และค่า null
สามารถเปลี่ยนชนิดไป ตามสถานการณ์ได้เหมือนตัวแปรทั่วๆไป
ผมก็มีตารางการคำนวนด้วยตัวแปรต่างชนิดมาฝากครับ
Conversation
Function
JavaScript สามารถแปรงร่างให้ตัวแปรได้จริงไหมครับ ถ้าผมมีเลขสักตัว มันก็จะแปลี่ยนเป็น
String ได้ ถ้าผมเอาไป + กับข้อความ แต่จากตารางที่แล้ว จะเห็นได้ว่า string "12.34"
ซึ่งเป็นข้อความที่เป็นตัวเลข ไม่สามารถแปลงร่างได้เลย เพราะ JavaScript เดาใจเราไม่ถูกว่าเมื่อไรที่จะให้มัน
เป็น Float หรือ String ดังนั้นเราจึงต้องมี Function ในการแปลงครับ
JavaScript กำหนด Function มาให้ 3 ตัวครับคือ eval(),parseInt(), และ parseFloat()
eval() จะใช้ในการเปลี่ยน String ที่อยู่ในรูปสมการให้เป็นค่าของผลลัพธ์เช่น total=eval("432.1*10") Total ก็จะมีค่าเป็น 4321 และถ้าค่าของข้อความ เป็นค่าที่ไม่สามารถแปลงได้ เช่น testxyz eval() จะไม่ส่งใดใดค่ากลับมา ดังนั้น เราจะใช้ eval() ได้ก็ต้องแน่ใจว่าข้อมูลที่จะป้อนเข้า eval() จะไม่มีข้อมูลที่ทำให้เกิด error อยู่
parseInt() จะใช้เปลี่ยนข้อความเป็นเลขจำนวนเต็มแต่ไม่เหมือนกับ eval() ตรงที่ มันจะแปลงให้เฉพาะตัวเลขที่อยู่หน้าสุดของข้อมูลและไม่สนใจข้อมูลแปลกปลอมเลย เช่น parseInt("123xyz") ก็จะให้ค่าเป็น 123 และ parseInt("xyz") ก็จะให้ค่าเป็น 0
parseFloat() คล้ายๆ parseInt() ครับ แต่จะใช้กีบเลขที่เป็น Float
เหมือนเดิมครับ ดูจากตัวอย่างเพื่อง่ายต่อการเข้าใจครับ จากนั้นก็เอาชื่อลูกค้าไปเก็บไว้ใน Array
แล้วเวลาแสดงผลก็ใช้ document.write() เมื่อนำมาเขียนจะได้ตัวอย่างการใช้ Array ครับ
Using Explicit Conversion Functions
Complex Type
นอกจากตัวแปรพื้นฐาน 4 ชนิดแล้ว JavaScript ก็ยังมีตัวแปร
พิเศษอีก 2 ชนิดคือ Array และ Object
Array
Array ก็คือข้อมูลหลายๆตัวมาเรียงกันเป็นลำดับ ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณต้องการแสดงชื่อของลูกค้า
5 คน(ยังพอหาได้แม้ยุค IMF) บน WebPage ของคุณคุณก็ประกาศ Array ชื่อ employee ที่มีข้อมูล
5 ตัว ดังนี้
employee[0] = "Bill"
employee[1] = "Bob"
employee[2] = "Ted"
employee[3] = "Alice"
employee[4] = "Sue"
") document.write(employee[1]+"
") document.write(employee[2]+"
") document.write(employee[3]+"
") document.write(employee[4]) Using Arrays
จากตัวอย่างข้างต้น Array ถูกกำหนด length ให้เป็น 5 แต่ ในการใช้จริงแล้ว เราไม่จำเป็นต้องกำหนด
length ก็ได้โดย length จะยืดหยุนได้ตามตัวแปรลำดับสุดท้าย เช่น ถ้าผมกำหนด
employee = new array()
แล้วก็ใส่ค่า employee[10] = "Sowrawoot"
employee.length ก็จะมีค่า 11 (นับ employee[0] เป็นตัวที่ 1) และจะเปลี่ยนค่าไปได้เรื่อยๆ
ตามลำดับของข้อมูลตัวสุดท้ายครับ
Constructing
Dense Array
dense array ก็คือ Array ที่ถูกกำหนดค่าของข้อมูลให้ตั้งแต่ตอนประกาศ Array
เลย เช่น
DayOfWeek = new Array('Sun','Mon','Tue','Wed','Thu','Fri','Sat')
array.length ก็จะมีค่าเป็น 7 และมีข้อมูลเป็น string ยาว 3 ตัวอักษรครับ
The
Element of an Array
JavaScript ไม่ได้จำกัดว่าข้อมูลใน Array จะต้องเป็นชนิดเดียวกัน มันอาจเป็น
ข้อมูลต่างชนิดกันก็ได้ และจะเป็น Array ก็ได้ครับ ถ้ามี Array อยูใน Array เป็น
Array ซ้อน Array เช่น เวลาอ้างถึงก็จะทำแบบนี้ครับ ArrayName[ลำดับของ
Array ตัวใหญ่][ลำดับของตัวใน] ตัวอย่างต่อไปจะแสดงให้เห็นถึงการใส่ข้อมูลต่างๆชนิดกันลงใน
Array และการใช้ Array ซ้อน Array ครับ
Arrays within Arrays
ก็จบไปอีก 1 บทนะครับ ตอนนี้ก็ยังเอา JavaScript ไปใช้อะไรไม่ได้หรอกครับ ตรงนี้เป็นแค่พื้นฐานของ JavaScript เท่านั้นเอง แต่อย่าพึ่งใจร้อนครับ อีกไม่นานคุณ ก็จะใช้ JavaScript ท่องยุทธจักรได้แล้ว ถ้าติดขัดที่ไหนก็ e-mail มาได้นะครับ ผมยินดีตอบคำถามครับ